แน็ต นัททะรี โอภาสานน และพอล เฮมัน เป็นคู่รักไทย–ออสเตรเลียที่เลือก “ฮันนีมูน” แบบไม่เหมือนใคร ด้วยการปั่นจักรยาน “คันเดียวแบบสองที่นั่ง” ไปให้ครบทุกจังหวัดในประเทศไทย ระยะทางเกือบ 9,000 กิโลเมตร ใช้เวลาราว ๆ 150 กว่าวัน เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวไทย และได้สัมผัสวิถีชีวิตสองข้างทางอย่างใกล้ชิด
ไอเดียปั่นครบทุกจังหวัด เริ่มจากพูดเล่น…แต่พออีกฝ่ายตอบรับก็ต้องไปจริง
แน็ตเล่าว่า ไอเดียนี้เธอ “เสนอไปแบบไม่ได้คิดว่าเขาจะรับ” แต่พอพอลรับจริง ทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทั้งการหาจักรยาน วางแผนเส้นทาง แล้วก็กลายเป็นทริปจริงจัง
สำหรับแน็ต เป้าหมายคือ “ตั้งใจอยู่แล้วว่ายังไงต้องครบทั้งประเทศไทยเลย”
ทำไมต้องเริ่มที่สุราษฎร์ฯ และวางเส้นทางแบบไม่ซ้ำจังหวัด
แน็ตอธิบายว่าที่เลือกเริ่มจาก “สุราษฎร์ธานี” เพราะดูจากแผนที่ ภาคใต้แคบและมีทั้งฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน ถ้าเริ่มที่สุราษฎร์ฯ จะลงไปทางอ่าวไทยก่อน แล้วค่อย “ตีขึ้น” ฝั่งอันดามัน ทำให้วางเส้นได้แบบไม่ต้องผ่านจังหวัดเดิมซ้ำ
หลังจากนั้นเส้นทางก็ค่อย ๆ ไล่ขึ้นภาคกลาง ไปตะวันออก ภาคเหนือ แล้ววนกลับลงมากลาง โดยกรุงเทพฯเป็นจังหวะท้าย ๆ ของทริป
“ยิ่งห่างความเจริญ…ยิ่งสวย” และนั่นคือ “ประเทศไทยของจริง”
ช่วงหนึ่งพิธีกรถามถึงสิ่งที่แน็ตประทับใจ แน็ตพูดตรง ๆ ว่า
-
“มันเป็นความจริงที่โหดร้ายอะนะ”
-
ยิ่งออกห่างความเจริญไป จะยิ่งเห็น “ประเทศไทยของจริง”
-
เป็นไทยแบบ “บ้าน ๆ” ที่ความโมเดิร์นยังไม่เข้ามามาก
-
และคนยังมีน้ำใจ ความเป็นกันเองอยู่เยอะ
ที่พัก: ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม แต่เคยไปนอนบ้านคนรู้จักหนึ่งครั้ง
แน็ตบอกว่าตลอดทางส่วนใหญ่พักโรงแรม มีคนชวนให้ไปพักบ้านบ้าง แต่เธอ “ไม่กล้า”
ครั้งเดียวที่ไปนอนบ้านคนอื่นคือ “บ้านพี่ตุ๋น ที่จังหวัดตาก” เพราะเป็นคนรู้จักที่ตามเชียร์การปั่นอยู่แล้ว
เหตุผลที่ไม่ค่อยกล้าพักบ้านคนอื่นคือกลัวรบกวนเจ้าของบ้าน เพราะ “ของเราเยอะมาก”
ชีวิตจริงบนถนน: ซักผ้าทุกคืน และต้องรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า
เรื่องที่คนดูอาจไม่คิดคือ “การซักผ้า”
แน็ตเล่าว่าทริปยาวขนาดนี้เอาเสื้อผ้าไปเยอะไม่ได้ เพราะจะหนักเกินไป สุดท้ายเลยต้องซักในอ่างล้างหน้า “ทุกคืน” แล้วตากไว้ ใส่ต่อเช้า
ระหว่างทางก็มีเรื่องให้ต้องแก้ตลอด เช่นปัญหายาง/ล้อ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีคือความช่วยเหลือจากคนไทย อย่างครั้งหนึ่งมีชาวบ้านเสนอขับรถพาเข้าเมืองไปซื้อยางให้ แล้วเอากลับมาส่งถึงจุดเดิม
การอยู่ติดกันนาน ๆ ทำให้ “ทะเลาะกันได้ง่าย” แต่ก็เรียนรู้การปล่อยวาง
แน็ตพูดเรื่องชีวิตคู่บนจักรยานคันเดียวแบบตรงไปตรงมา
-
“แค่ตบนิดเดียวเราก็ทะเลาะกันได้แล้ว”
-
เพราะนั่งหน้า–หลังใกล้กันมาก ได้ยินทุกอย่าง
-
หลัง ๆ เลยต้องคุยกันมากขึ้น ทำความเข้าใจว่า บางวันมันก็ต้อง “หงุดหงิด/หัวร้อน” ได้
-
และต้อง “ปล่อยวาง” ให้เป็น เพราะยังต้องเจอเรื่องข้างหน้าอีกเยอะ
ท้ายรายการ เมื่อถูกถามว่าได้อะไรจากการอยู่ด้วยกันราว 150 วันบนจักรยานคันเดียว แน็ตสรุปชัด ๆ ว่า
“คนเราถ้ามันอยู่ด้วยกัน มันทะเลาะกันแน่นอน เป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่… ถ้าอยากให้ชีวิตคู่อยู่รอด ก็ต้องทำใจกับมัน แล้วก็ปล่อยวาง”
ความกลัวเรื่องอันตรายบนถนน: “กลัวค่ะ แต่ถ้าอยู่กับความกลัว ก็ทำอะไรไม่ได้”
มีช่วงที่คุยเรื่องความเสี่ยงบนถนนเมืองไทย แน็ตตอบแบบชัดมากว่าเธอกลัว แต่ไม่ยอมให้ความกลัวหยุดชีวิต
-
“คนเราถ้ามันใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว มันไปทำอะไรไม่ได้หรอก”
-
“ถ้าใจมันอยากทำ ทำไปเลย”
-
เธอยอมรับว่าตอนจะลงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็กลัวมาก แต่คิดว่าอย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ได้ทำในสิ่งที่ฝันและคาดหวังไว้แล้ว
หนังสือจากทริป: เล่าเรื่องความทรงจำและอุปสรรคตลอดเส้นทาง
พิธีกรพูดถึงหนังสือที่ทั้งคู่เขียนจากประสบการณ์ทริปนี้ ชื่อ “มิตรภาพความทรงจำจักรยาน” แน็ตบอกว่าจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ everyprovincechallenge.com (ไม่ได้วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป) และในเล่มจะมีเรื่องราว ความประทับใจ อุปสรรค และประสบการณ์จากการเดินทาง “ครบทุกภาค” ที่ทั้งคู่ไปเจอจริง
ถ้าคุณอยากให้ฉันทำเวอร์ชัน “อ่านลื่นขึ้นอีกแบบ” (เช่น ทำเป็นบทความเล่าเรื่องยาว / หรือทำเป็นสคริปต์สัมภาษณ์แบบ Q&A เฉพาะคำพูดแน็ต) บอกโทนที่ต้องการได้เลย เดี๋ยวฉันจัดให้ครับ