[เพลง]
ไดโนเสาร์คอยาว แต่พวกเราคุยยาว… (ซ้ำหลายรอบ)
ช่วงเริ่มไลฟ์ / เช็คภาพเช็คเสียง
แทน: ตื่นเต้นคอนเซ็ปต์… เริ่มไลฟ์แล้วนะครับ เดี๋ยวเช็คภาพเช็คเสียงกันก่อนนะฮะ
แทน: ผมทักก่อน 1 2 3 4 5
เอก: สวัสดีครับ 1 2 3 4 5
แทน: คุณเอกเสียงดังฟังชัดนะ โอเคครับ
อาบัน: อาบันค่ะ 1 2 3 4 5
แทน: อาบันเสียงใสครับ
แนท: สวัสดีค่ะ 1 2 3 4 5
แทน: โอ้โห เสียงดังฟังชัด
อาบัน/แทน (คุยเรื่องซิมบ้า): ซิมบ้าพูดได้มั้ย… ต้องถอดหัวก่อนใช่มั้ย…
แนท: ซิมบ้าตอนนี้อยากจะอมไมค์นี้แล้วค่ะ
แทน: เป็นช่วงทดสอบภาพทดสอบเสียงนะครับ ทางบ้านคอมเมนต์หน่อยว่าชัดไหม
(อ่านคอมเมนต์ทักทาย / แซวเสื้อ / แซวซิมบ้า)
เปิดรายการ / แนะนำตัว
แทน: ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ withcast episode ที่ 145 นะครับ ผมแทน ไทยประเสริฐกุล สวัสดีครับ
อาบัน: อาบัน สามัญชน สวัสดีค่ะ
แนท: แนทจากเพจคนใจหมา สวัสดีค่ะ
เอก: เอกจาก YouTube Channel “คนช่างสงสัย” ครับ
แทน: ขอสารภาพก่อน ผมชอบเรียกผิดเป็น “คนช่างคุย” ตลอด… ขออภัยครับ
เอก: เป็นเกียรติครับ (แซวว่าจะเปลี่ยนชื่อเพจดีไหม)
เกริ่นประเด็นวันนี้
แทน: วันนี้แขกรับเชิญคัดมาแล้วนะครับ
- คุณแนทเป็นครูฝึกน้องหมา และพาหมาไปช่วยงานกู้ภัย “ตึกสตง.” ที่ถล่ม
- คุณเอกเป็นวิศวกรโครงสร้าง จะมาเล่าเรื่องตรวจอาคารหลังแผ่นดินไหว รอยร้าวอันตรายไหม ควรโฟกัสอะไร
เอก: สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเข้าบ้านคนโน้นออกบ้านคนนี้ทุกวัน ตรวจรอยร้าว แนะนำวิธีซ่อม น่าจะ 20 กว่าหลังในสัปดาห์เดียว เป็นงานอาสา สังกัดสมาคมวิศวกรโครงสร้าง
แนะนำ “ซิมบ้า” แบบขำๆ
แทน: ซิมบ้าเป็นพันธุ์อะไรครับ
แนท: หน้าตาคล้ายโกลเด้น แต่มีบางแก้ว 0.8% (จาก DNA)
แทน/อาบัน: 0.8% จะไม่ถึง “ลูกครึ่ง” นะ… (หัวเราะ)
แนท: เป็นสุนัขกู้ภัยได้ และ “สร้างภัย” ได้ด้วยในคราวเดียวกัน
เท้าความเหตุแผ่นดินไหว / ตึกสตง.ถล่ม
แทน: วันนี้วันที่ 6 เมษายน… ย้อนกลับไปวันที่ 28 มีนาคม เกิดแผ่นดินไหวใหญ่
เอก: ผมเป็นคนเหนือ เคยเจอที่เชียงใหม่หลายครั้ง ครั้งนี้ดูสูงกว่าหน่อย แต่ความเสียหายโดยรวมบางอย่างใกล้เคียง
แทน: เรื่องที่สะเทือนมากคือ “ตึกสตง.ถล่ม” และภารกิจกู้ภัยเร่งค้นหาผู้ติดค้าง (แทนอ่านยอดจากโน้ตของตัวเอง ณ ตอนนั้น)
คุณแนทเล่า: ไปหน้างานครั้งแรก
แทน: คุณแนทพาซิมบ้าไปวันไหน
แนท: ไปวันที่ 5 ค่ะ ขับจากชะอำขึ้นมา ตอนแผ่นดินไหวเราอยู่ชะอำ ทำฟันอยู่ ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เพื่อนส่งคลิปตึกถล่มมา ตอนแรกนึกว่าเป็นหนัง
แนท: แล้วเมสเสจเข้ามาในกลุ่มว่า “K9 ทุกตัวสแตนด์บาย ต้องเข้าพื้นที่ทันที”
แทน: ทีมคุณแนทขึ้นตรงกับ ปภ. ใช่ไหม
แนท: ใช่ค่ะ อยู่กับทีม K9 USA Thailand (Urban Search and Rescue) ขึ้นตรงกับ ปภ. มีซ้อมกันอยู่แล้ว
ไปถึงแล้วเจออะไร
แนท: วุ่นวายมาก รถเยอะ คนเยอะ ฝุ่นเยอะ ปัญหาแรกคือ “จอดรถตรงไหน”
แนท: เป็นรถตู้ อุปกรณ์เยอะ เอาหมาไปซ้อนมอเตอร์ไซค์ไม่ได้
แนท: ไปถึงแล้วต้องหาทีมตัวเองก่อน ตอนนั้นมีหลายหน่วยมาก ปอเต๊กตึ๊ง กตัญญู ฯลฯ คนเห็นหมาก็อยากทัก อยากเล่น
แทน: เข้าพื้นที่ได้เมื่อไหร่
แนท: ไปถึงศุกร์ 19:30 น. แต่ได้เข้าเช้าวันเสาร์ ต้องรอ ปภ.เคลียร์ความปลอดภัยก่อน
แนท: บางทีมค้างหน้างานเลย นอนกับหมาตรงนั้น แต่ของแนทโชคดี บ้านอยู่ลาดพร้าว เลยกลับไปนอนแล้วตีห้ามาใหม่
จำนวนทีม K9 และการจัดคิวลงงาน
แทน: มี K9 เยอะไหม
แนท: รวมทุกทีมประมาณ 20–30 ตัวได้ แต่ลงพร้อมกันทั้งหมดไม่ได้
แนท: ปภ.จะวิทยุมารีเควส “อีก 10 นาที ขอ K9 2 ตัว / 4 ตัว” แล้วหัวหน้าทีมก็จัดว่าใครลง
แนท: ต้องเลือกตามความถนัดและประสบการณ์ ทั้งแฮนเลอร์และตัวหมา
ซิมบ้าทำงานแบบไหน / ทำไมมีสายจูง
แนท: ซิมบ้าเป็นสายค้นหาคนเป็นค่ะ
แนท: ตอนนั้นมีโพรง/บ่อที่เจาะขึ้นมา คนเข้าไม่ได้ เลยให้หมาไป “เช็คขอบโพรง” ว่ามีกลิ่นไหม
แนท: เคสนี้เลยต้องใส่สายจูง เพราะพื้นที่ทำงานจำกัด และกลัวหมากระโดดลงไป
แนท: ปกติหมาค้นหาบนซากตึกควรไม่มีอุปกรณ์บนตัวเลย (กันเกี่ยวเหล็ก) แต่สถานการณ์หน้างานต้องปรับ
แนท: ซิมบ้าไม่ได้เห่า แต่ “ภาษากาย” คือหางสะบัดแบบสนใจจุดนั้น ซึ่งสำหรับแนทถือว่า “suspect”
แนท: เลยรีเควส “ซาฮาร่า” มาคอนเฟิร์ม (ซาฮาร่าประสบการณ์เยอะ)
เรื่อง “หาคนเป็น vs ผู้เสียชีวิต” และการฝึก
แทน: ถ้าหมาฝึกหาคนเป็น แต่เจอแล้วไม่เป็น จะซึมเศร้าไหม
แนท: ถ้าเป็น dual purpose (หาคนเป็น + ผู้เสียชีวิต) มีโอกาส เพราะตอนฝึก “คนเป็น” จะเป็นคนเล่นกับหมาเป็นรางวัล แต่ของผู้เสียชีวิตจะไม่ได้แบบนั้น เป็นรางวัลอีกแบบ
แนท: หมาหาคนเป็นแยก “ผู้สูญหาย” กับ “เจ้าหน้าที่” ด้วยการฝึกให้ alert เฉพาะคนที่ “นั่ง/นอน” (ใช้กลิ่นนำทาง + ใช้ตาแยกตอนท้าย)
สภาพหน้างาน / ฝุ่น / ความรู้สึก
แนท: หน้างานใหญ่มาก เห็นแล้วเข้าใจคำว่าแพนเค้ก (คุยกันเรื่องรูปแบบการพังของตึก)
แนท: ฝุ่นหนักมาก แจกหน้ากากกันก่อนเลย
แนท: อีโมชั่นมันมาช่วง 3–4 วันท้าย เพราะทุกครั้งเข้าไปได้แต่กลิ่นศพ แล้วทุกคนฝากความหวังไว้กับเรา
ทำไมสลับจาก “ซิมบ้า” เป็น “ไทนี่”
แนท: พอเวลาผ่านไป โอกาสเจอคนเป็นน้อยลง ก็สลับเอา “ไทนี่” มา เพราะไทนี่ทำงานดมผู้เสียชีวิตได้
แนท: ในทีมส่วนใหญ่ดมคนเป็นได้ แต่หมาที่ดมศพได้มีไม่กี่ตัว เลยต้องสลับตามสถานการณ์
ไทนี่ (สุนัขบำบัด + K9)
แนท: ไทนี่เป็นสายบำบัดได้ด้วย (ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยซึมเศร้า คนสโตรก ฯลฯ)
แนท: หลักการคือใช้หมาเป็น “เครื่องมือ” ให้คนไข้ “ขยับตัว” เช่น ให้ใช้แขนข้างอ่อนแรงปาบอลให้หมา เพื่อทำกายภาพแบบสนุกและอยากทำ
(มีช่วงเล่าไทนี่หอน / ไทนี่ตัวใหญ่เข้ารูไม่ได้ / ซาฮาร่าคอนเฟิร์มงาน ฯลฯ)
เวลาการทำงาน / การพักของสุนัข
แนท: ทีมจะสแตนด์บายเป็นกะ 8 ชั่วโมง
แนท: สุนัขค้นหาเต็มที่ได้ประมาณ 15–20 นาที (ถ้าร้อนชื้นมากอาจเหลือ 5–10 นาที) แล้วต้องพัก ไม่งั้นฮีทสโตรก
แนท: มีสัตวแพทย์สแตนด์บาย ตรวจทั้งก่อนและหลังปฏิบัติงาน ถ้าไม่พร้อม “ห้ามลงงาน”
อุปกรณ์ที่ต้องมี (เป้ K9)
แนท: ของหลักๆ ในเป้จะมี
- ขนม/ของรางวัล
- กระเป๋าเมดิฯ ของสุนัข (ทำแผล/ยาพื้นฐาน)
- ชามน้ำ
- นกหวีด (เรียกหมากลับมาในพื้นที่ที่เข้าไปตามไม่ได้)
- ถุงมือ / คาราบิเนอร์ / อุปกรณ์ล็อกต่างๆ
- น้ำหลายขวด
ปิดช่วงนี้ (เริ่มเข้าบทฝึก)
แนท: ช่วงแรกต้องสร้างความไว้ใจกันก่อน ให้เขารู้ว่าของดีๆมาจากเรา แต่ต้องชัดเจนว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้ (แนวบัลานซ์)
แนท: ขั้นฝึกค้นหาคนเป็น: จับหมาไว้ ให้ “เป้า” ถือของเล่น/อาหารวิ่งไปซ่อน แล้วปล่อยหมาไปหา พอหาเจอก็ให้รางวัล
แนท: และจะสอนให้สนใจเฉพาะคนที่ “นั่ง/นอน” ไม่สอนคนที่ยืน เพื่อลดความสับสน
(ต้นฉบับจบค้างที่ “แล้วหลังจากนั้นมาค่อยเริ่มสอนเรื่องการเสิร์ช…”)