เดินเล่นกับหมานั้นดีอย่างไร

หลายคนอาจคิดว่า แค่เดินเล่นกับหมา ข้อดีอะไรมันจะเยอะขนาดนั้น จากประสบการ์ณโดยตรงในการเลี้ยงหมาแบบจริงๆจังๆ ไม่ใช่แค่ให้ข้าวกิน เล่นด้วยครั้งคราว แต่ใช้เวลาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ทั้งทางตรงจากหมาที่บ้าน และทางอ้อมจากข้อมูลข่าวสาร ผ่านทางเวบไซต์ทั้งไทยและเทศ การเดินเล่นกับหมามีข้อดีหลายข้อนะ

  • เป็นการผูกความสัมพันธ์ระหว่างคนและหมา เพราะการที่คุณเดินด้วยกันในมุมมองของหมามันคือการเดินทางไปที่ไหนสักที่กับฝูงของมัน
  • ถ้าคุณเดินดี เดินถูกต้อง คือหมาไม่ลาก ไม่ดึง หรือทำตามใจตัวมันเองระหว่างเดิน การเดินแต่ละครั้งก็จะเป็นการตอกย้ำให้หมารู้ว่าคุณคือจ่าฝูง แต่ถ้าเดินผิดมันก็จะตอกย้ำให้หมารู้เหมือนกันว่ามันเนียะหละเป็นจ่าฝูง และคุณคือลูกฝูงของมัน

Basic RGB

  • เป็นกาารปลดปล่อยพฤติกรรมดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยยังเป็นหมาป่า ที่แต่ละวันจะต้องออกเดินทางเพื่อล่าเหยื่อ หรือหาที่อยู่ใหม่
  • การเดินเล่นกับหมาเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 45นาทีในแต่ละครั้ง จะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว ช่วยทำให้การฝึกหมาเป็นไปอย่างง่ายขึ้น และอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าแก้ได้เกือบทุกปัญหา (ควบคู่ไปการฝึกด้วยนะ) ที่เห็นหลักๆเลยคือลดปัญหาหมาเห่าเวลาเจ้าของไม่อยู่บ้าน เพราะจากที่สังเกตุทุกครั้งที่กลับมาจากการเดิน หมาที่บ้านจะหลับเกือบทั้งวัน
  • สุขภาพร่างกายของน้องหมาแข็งแรง ไม่อ้วน อุ้ยอ้าย
  • ข้อสำคัญที่สุดคือเป็นการลดน้ำหนักของเจ้าของได้อย่างดี แน็ตเองพาหมาเดินเล่น เกือบทุกวัน อย่างต่ำหนึ่งชั่วโมง ระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตรต่อครั้ง ภายในสองเดือน ลดไป 3 กิโลกรัม ใครชอบวิ่ง น้องหมาก็สามารถเป็นเพื่อนร่วมวิ่งที่ดีได้เหมือนกันนะ

เชื่อมั้ยว่ามนุษย์เป็นคนสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า หมา

หมา สัตว์สี่ขาหน้าขนที่ใครๆก็รักและเอ็นดู จริงๆแล้วมันมาจากไหน เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าเราเข้าใจถึงที่มาของสัตว์ชนิดนี้แล้ว มันจะทำให้มุมมองการเลี้ยงดู หรือการฝึกเปลี่ยนไปในทันที

ธรรมชาติสร้างหมาป่า (Wolf & Fox) ที่มีนิสัยในการหากินเป็นฝูง มีตำแหน่งจ่าฝูง ลูกฝูง มีการช่วยกันออกล่าอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย ต่อมาหมาป่าบางชนิดที่เชื่องกว่าตัวอื่นก็เริ่มเข้ามาคลุกคลีกับกลุ่มมนุษย์ ต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือกัน หมาป่าเวอร์ชั่นที่เชื่องก็เริ่มมีบทบาทในกลุ่มมนุษย์ เช่นช่วยล่าสัตว์ ฝั่งมนุษย์ก็เริ่มมีบทบาทกับการใช้ชีวิตของหมาป่าพวกนี้ เช่น แบ่งปันอาหาร (ของเหลือ หรือส่วนที่มนุษย์ไม่กิน) ให้ที่พัก ให้ความปลอดภัย และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการคัดเลือกสายพันธุ์

ต่อมามนุษย์ก็ได้จับคู่หมาป่าที่มีความสามารถเฉพาะทาง เช่นวิ่งได้นาน ทน และอึดกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งก็ได้กลายมาเป็น ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberien Husky) หรือ อลาสก้า มาลิมู (Alaskan Malamute) จับคู่หมาป่าที่มีลักษณะของขน หรือรูปร่างที่เหมาะกับการล่าสัตว์ เช่น หมี กวาง หมูป่า ออกมากลายเป็น ชาเป่ย (Shar Pei) หรือ บาเซนจิ (Basenji) และอื่นๆอีกมากมายจนกลายมาเป็นสุนัขนับร้อยสายพันธุ์ให้เราได้เห็นกันในปัจุจบัน

thai walk dog_final_1ลักษณะกายภาพอาจแตกต่างกันไป แต่หนึ่งอย่างที่ยังคงเหมือนกันนั่นคือความเป็นหมาป่า ซึ่งมันฝังรากลึกอยู่ในดีเอ็นเอมาเป็นหลายหมื่นปีหรืออาจมากกว่านั้น (การค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับสุนัขมีแค่ไม่กี่พันปีที่ผ่านมา) ซึ่งหมายความว่าต่อให้คุณเปลี่ยนแปลงพวกเขายังไง ความเป็นตัวตนของเขาก็ยังคงเป็นหมาป่าอยู่เช่นเดิม ยังมีความต้องการอาศัยอยู่ในสังคมแบบฝูง มีตำแหน่งจ่าฝูงและลูกฝูง มีการท้าทายอำนาจ ต้องการงานหรือต้องการเดินเป็นระยะทางไกล เพื่อแลกมากับอาหารที่ได้มา
ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมาข้างบนก็แค่อยากจะเป็นตัวเกริ่นนำให้คนที่เลี้ยงน้องหมาทั้งหลายได้เข้าใจในพื้นฐานของสัตว์ชนิดนี้ อย่าเอาจิตวิทยาคนมาใช้กับหมา หมาก็คือหมาเราควรจะเลี้ยงหมาอย่างหมา ไม่ใช่เลี้ยงหมาอย่างคนนะจ๊ะ