เชื่อไหมคะว่า ไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหน อายุเท่าไร หรือเพศอะไร น้องหมาก็มีมุม “สติแตก” ได้เหมือนมนุษย์เรานั่นแหละ (ขนาดตัวเราเอง เจอวิกฤตหนักๆ คุมสติได้ไม่กี่วัน บทจะหลุดก็หลุดเหมือนกัน!) และที่น่าปวดหัวคือ เราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะกลายเป็น “ปุ่มสะกิดติ่ง” ให้เขาฟิวส์ขาดในวันนั้น
บางทีอาจเป็นแค่การมองเห็นหมาอีกตัวไกลๆ แค่จังหวะใส่สายจูง เสียงของตกพื้น หรือแม้นกระทั่งเดินไปเจอถังแก๊สที่ดันวางผิดที่จากเดิม!
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “ห้ามไม่ให้เขาสติแตก” แต่คือ “สอนให้เขาจัดการความรู้สึกของตัวเองอย่างไร” เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วต่างหาก
น้องหมาบางตัวอาจจะดึงสติกลับมาได้เองในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็มีอีกหลายตัวที่ไม่สามารถดึงตัวเองลงมาได้ และต้องการ “ที่พึ่ง” อย่างเรา
ผิดไหมถ้าเจ้าของเลือกจะเดินหนี?
เจ้าของส่วนใหญ่มักเลือกที่จะพาน้องเดินถอยหนีออกมา เพราะไม่อยากให้น้องเครียดหรือกดดัน แต่รู้ไหมคะว่า การทำแบบนั้นกลับเป็นการ “ยืนยัน” ให้เขามั่นใจขึ้นไปอีกว่า “ใช่ สิ่งนี้มันน่ากลัวจริงๆ เราต้องหนี!” และความกลัวที่ถูกสะสมทีละนิดนี้เอง จะค่อยๆ พังความมั่นใจของน้องหมาไปเรื่อยๆ
แล้วถ้าเกิดเหตุขึ้นมา เจ้าของควรรับมืออย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ตั้งสติ” ค่ะ
ในเมื่อน้องหมาสติแตกไปแล้ว เราต้องไม่หลุดตาม! พยายามดึงสติตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด แล้ว “นิ่ง” ให้ได้มากที่สุด เพราะพลังงานความสงบของเราจะกลายเป็นที่พึ่งให้น้องถ่ายโอนความนิ่งเข้าตัวเขาเอง
แม้น้องจะพยายามดึงสายจูงเพื่อวิ่งหนี แต่ถ้าเรายืนสงบนิ่งเป็นเสาหลักให้เขา แม้ต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่แน็ตเชื่อจากประสบการณ์เลยว่า น้องหมาทุกตัวจะค่อยๆ สงบลงตามเราแน่นอน
เมื่อเขารู้สึกสงบขึ้นแล้ว นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะพาเขาเรียนรู้ว่า “สิ่งนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยนะ เชื่อมือพ่อกับแม่สิ!” เพราะเราคือทีมเดียวกัน ที่พร้อมจะอยู่ซัพพอร์ตและก้าวข้ามทุกความกลัวไปด้วยกันเสมอ