เรียบเรียงให้อ่านง่าย (โฟกัสเรื่องเล่าของ “แน็ต”) — ตัดไทม์โค้ดออก
เจ้าของทุกคนต้องทำใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วนะ…เรากำลังเอาชีวิตหมาของเรามาเสี่ยง เหมือนที่เรากำลังเอาชีวิตของเราเองมาเสี่ยงด้วย ทุกคนรักหมา ไม่มีใครอยากทำร้ายหมาหรอก แต่เรายอมรับความเสี่ยงตรงนี้…เพื่อสังคม
ตอนนี้ “ชิบบ้า” อายุ 3 ขวบค่ะ เขามาอยู่กับแน็ตประมาณ 2 ปี
เขาไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ แต่ชีวิตเขาผ่านเจ้าของมาแล้วหลายคน—ประมาณสี่หรือห้าคนได้
เจ้าของคนแรกเอาไปเลี้ยงแล้วรับมือไม่ไหว เพราะชิบบ้าเป็นหมาที่พลังเยอะ เล่นแรง สไตล์เหมือนโกลเด้นเลย สุดท้ายก็ต้องส่งต่อไปเจ้าของคนที่สอง แล้วก็ส่งต่อกันมาเรื่อย ๆ
จนมาถึงช่วงหนึ่ง คนจากทีม/เครือข่ายที่แน็ตเคยทำงานด้วย (คนที่แน็ตเคยถ่ายวิดีโอเรื่อง “รองเท้าหมา” นั่นแหละ) แนะนำว่าแน็ตลองรับไปเลี้ยงไหม เอาไปเลี้ยงเฉย ๆ ก่อนก็ได้ ไม่ต้องรับเป็นลูกบุญธรรมก็ได้
แน็ตตอนนั้นก็ตั้งใจไว้แล้วนะว่า “ฉันจะไม่เลี้ยงโกลเด้น” …แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ รับชิบบ้ามาเลี้ยงอยู่ดี
4 อาทิตย์ที่โหดที่สุดในชีวิตครูฝึกหมา
ตอนเริ่มแก้ปัญหาพฤติกรรม แน็ตมั่นใจเลยว่าชิบบ้ายัง “ไม่พร้อม” จะลงฝึกใช้งานอะไรทั้งนั้น พฤติกรรมยังไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิ วุ่นวายมาก ๆ
และที่หนักคือ แน็ตมีเวลาแค่ 4 อาทิตย์ก่อนถึงวันสอบ
แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ตุรกี ทีมต้องเดินทางไปช่วยค้นหาผู้ประสบภัย ทำให้ตารางสอบ/แผนฝึกสะเทือนหมด กลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งต้อง “ปรับพฤติกรรม” และ “ฝึกให้พร้อมสอบ” ภายในเวลาสั้นมาก ๆ
แน็ตพูดเลยว่านี่เป็นอะไรที่ “ท้าทายชีวิตการเป็นครูฝึกหมา” ที่ทำงานมาเก้าปีที่สุด
วีรกรรมชิบบ้า…จนแน็ตมีแผลเป็น
แน็ตจำได้ว่าแค่ 2–3 วันแรกของการฝึก เรียกกลับมา ใส่สายจูงยาวให้มัน แล้วมันวิ่งสุดชีวิต สายพันขาตัวเองจนถลอก แล้วสายรูดขา…เป็นแผลที่จนถึงทุกวันนี้ยังเห็นเป็นรอยแผลเป็นอยู่เลย
แน็ตหัวเราะแล้วบอกว่า “นี่แหละ…อีกหนึ่งวีรกรรมที่ชิบบ้าสร้างให้ตัวเอง”
เรื่องจริงเวลาทำงาน: แค่น้ำแอ่งเดียวก็มีดื้อ
มีสถานการณ์หนึ่งต้องให้ชิบบ้าเข้าไปหา “ผู้สูญหายในป่า” (เป็นโจทย์ฝึก/สถานการณ์จำลองแบบเรื่องจริง)
จุดที่ต้องผ่านมีแอ่งน้ำอยู่กลางทาง ขนาดแค่พอตัวมันเอง แน็ตบอกว่าจริง ๆ มันเดินอ้อมได้ ไม่จำเป็นต้องลงน้ำ แต่ชิบบ้าก็มีอาการงอแง ดื้อ ๆ อยู่ตรงนั้น จนแน็ตต้องดุไปหนึ่งรอบ สุดท้ายมันก็ยอมทำงานแบบ “โอเค ๆ ทำงานก็ได้” อะไรทำนองนั้น
สอบผ่าน…แต่ก็ยังมีความเป็นชิบบ้าอยู่เต็มตัว
ล่าสุดช่วงต้นปี (เดือนมกราคมที่ผ่านมา) ชิบบ้าสอบค้นหาในป่า “เลเวล B” ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้น เป้าหมายคือเหยื่อที่นอนอยู่กับพื้น มีหญ้าใบไม้คลุม
แน็ตส่งชิบบ้าเข้าไปค้นหา พอไปถึงเป้าปุ๊บ แน็ตมั่นใจว่ามันเจอแล้ว แต่…มันไม่เห่า
แน็ตเลยยกมือบอกกรรมการว่า “น่าจะเจอแล้วค่ะ แต่มันไม่เห่า ขอเข้าไปตรวจสอบ” กรรมการก็อนุญาต
พอแน็ตเดินเข้าไปถึงก็รู้เหตุผลที่มันไม่เห่า…เพราะชิบบ้ากำลังกินเหยื่ออยู่
กรรมการเห็นแล้วก็หัวร้อนเลย
จากวันนี้ ชิบบ้าลงงานช่วยค้นหาผู้ประสบภัยได้แล้ว
แน็ตสรุปว่า ตอนนี้ชิบบ้าสามารถลงงานค้นหาผู้ประสบภัยได้แล้ว แต่กลับมาที่ความจริงข้อใหญ่ที่สุดอีกครั้ง…
เจ้าของทุกคนต้องทำใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วนะว่า เรากำลังเอาชีวิตหมามาเสี่ยง เหมือนที่เอาชีวิตเราเองมาเสี่ยงด้วย ทุกคนรักหมา ไม่มีใครอยากทำร้ายหมา แต่เราเลือกจะรับความเสี่ยงนี้…เพื่อสังคม