มันไม่มีครูฝึกคนไหนหรอกที่ทำได้ทุกอย่าง แก้ได้ทุกปัญหา ทำได้ทุกสกิล ทุกคนมีจุดเด่น จุดด้อย มีหัวข้อที่ถนัด และหัวข้อที่ไม่ถนัด หน้าที่ของเราคือ รู้ให้เท่าทันตัวเอง และต้องไม่ให้อีโก้มาบดบังที่จะยอมรับมัน และส่งต่อ
มีคนรู้จักที่ออสเตรเลีย ที่ฝึกเชิงบวก เขาก็ยอมรับว่า บางเคสเขาก็ทำไม่ได้ ไม่ถนัดจริงๆ เขาก็ยอมรับที่จะบอกเจ้าของว่าลองไปหาศาสตร์อื่น ที่เป็นบาลานซ์ดีมั้ย เขาทำได้แค่แนะนำ สุดท้ายก็แล้วแต่เจ้าของ เรานับถือคนที่มีความคิดแบบนี้มากนะ เขายอมรับในตัวเขาเอง และไม่อายที่จะเสนอให้ไปอีกทาง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของหมา และเจ้าของ
ครูฝึกหลายคน ที่แก้ปัญหาไม่ได้ ทำไม่เป็น ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม แต่อีโก้ตัวเท่าภูเขา ไม่ยอมรับ ไม่ส่งต่อ แต่เลือกที่จะบอกเจ้าของว่าหมาตัวนี้แก้ไม่ได้หรอก มันก็จะเป็นแบบนี้ และที่สำคัญ ถ้าคุณไปให้อีกฝั่งฝึก ปัญหาของคุณจะแย่ลง
ลองจินตนาการว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของหมา ที่มีปัญหาหนัก ถึงขั้นต้องขอความช่วยเหลือ แล้วได้ยินคำพูดนี้ คุณจะรู้สึกอย่างไร เจ้าของบางคนรู้เท่าทัน คิดเป็น ก็จะเลือกที่จะไม่ฟัง แล้วไปหาศาสตร์อื่น แต่เยอะมากกกกกก ที่ได้ยินประโยคนี้ แล้วจบตรงนั้น ใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึงทนไม่ไหว เอาหมาไปปล่อย หรือที่ ตปท ก็จะทำให้หมาหลับไป
ใช่ค่ะ ตปท ถ้าหมาก้าวร้าว เขาจับหลับอย่างเดียว หรือไม่ก็ให้ยาซึม โดสกันไปเป็นหมาเมายาไปตลอดชีวิต ซึ่งยาพวกนี้ ใช้นานไป โดสก็แรงตาม สุดท้าย หมารับเคราะห์ รับจบ กับสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด เพียงแค่เพราะคนอีโก้สูงเกินไป
ประสบการณ์ที่เรามีมากกว่า 10 ปี สอนให้รู้ว่า เมื่อไหร่ ต้องยอมรับ เมื่อไหร่ ดันต่อ เพราะสุดท้าย สิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่การทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อเจ้าของกับหมา
คลาส Train the Trainer ที่จัดมา จะเน้นสอนให้คนเรียนรู้ที่จะอ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่ใช่หยิ่งยะโส ครูฝึกแบบนี้มีเยอะแล้ว และมีเยอะเกินไปด้วย สงสารผู้บริโภคว่ะ แค่นั้นเลย
เท่าที่สอนมา มีนะบางเคสที่เขาเดินมาหาเราเอง เลือกที่จะมาเรียนกับเราเอง เพราะเขามองว่าคอนเซปต์มันเมคเซนส์สำหรับเขา แต่พอลองปฏิบัติจริง รู้เลยว่าเจ้าของทำไม่ได้ เพราะอะไรบางอย่างมันติดอยู่ในหัวเขา ซึ่งพูดให้ฟัง แต่ถ้าเจ้าของไม่ปล่อยเอง ของแบบนี้ทำไป เอาจริงๆนะ ทรมานคน พอๆกับทรมานสัตว์
สิ่งที่เราเลือกทำ คือบอกเจ้าของให้หยุด ให้หายใจ และบอกเขาว่า มันโอเคนะ ที่คุณจะไม่โอเคกับสิ่งที่ทำ และมันก็โอเคสำหรับแน็ตด้วยนะ ถ้าเจ้าของจะเลือกไปทางอีกศาสตร์นึง ไปลองหลายๆวิธี ไปลองหลายๆมุมมอง แล้วมาสรุปให้มันเป็นวิธีของตัวเอง พูดเสร็จ กอดนางหนึ่งที
ไม่ได้มาเขียนให้อวยว่าตัวเองสวย หรือสูงส่ง แต่แค่มาเขียนให้รู้ว่า บางทีคนเราก็ลืมมองอะไรไปหรือเปล่า จุดประสงค์ที่ทุกคนเลือกมาเป็นครูฝึกสุนัข ไม่ว่าจะศาสตร์ไหน จุดตั้งต้นทุกคน แน็ตเชื่อเลยว่า คือการอยากช่วย เจ้าของและสุนัขของพวกเขา แต่บทบาท และสิ่งแวดล้อมผลักดันให้หลายๆคน ลืมข้อนี้ไป บางทีเราก็ควรที่จะหยุด แล้วหายใจ แล้วมองปัญหานั้นใหม่ ด้วยสายตาที่ลดคำว่า อีโก้ ลง